การชงกาแฟแบบ Dripper กับ French press ได้รสชาติที่แตกต่างกันอย่างไร ?

0
11,059 views

รสชาติของกาแฟมักไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของเมล็ดกาแฟคั่วหรือการบดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ขั้นตอนของการชงแบบต่างๆ ก็ล้วนส่งผลต่อรสชาติและกลิ่น สำหรับใครที่รักการดื่มกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ และชอบความหอมอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟสดแล้วล่ะก็การชงง่ายๆ ด้วยตัวเองที่ได้รับความนิยมมีด้วยกันอยู่ 2 ประเภทคือแบบ Dripper และแบบ French press ซึ่งมีลักษณะการชงที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ให้รสสัมผัสในการดื่มที่แตกต่างกัน

kalita-wave-olympia-coffee-roasters

Credit : ineedcoffee.com

รสชาติของกาแฟที่ได้จากการชงแบบ Dripper

สำหรับการชงแบบ Dripper เป็นการชงด้วยวิธีดั้งเดิม มีความง่ายและให้น้ำกาแฟที่เข้มข้นไม่มีส่วนของกากกาแฟเล็ดลอดผ่านตัวกรองลงไป ให้ความหอมแบบนุ่มๆ เต็มรสของกาแฟได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งการชงที่ไม่ยุ่งยาก รับความร้อนของน้ำที่ใช้จะอยู่ที่ประมาณ 90-95 องศาเซลเซียส ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3-5 นาที ขึ้นอยู่กับความชำนาญและการสังเกตว่าระยะเวลาแบบไหนที่ช่วยดึงเอารสชาติจากกากกาแฟออกมาได้ยอดเยี่ยมที่สุด

Can-French-press-coffee-raise-cholesterol

Credit : craftbeveragejobs.com

รสชาติของกาแฟที่ได้จากการชงแบบ French press

ลักษณะการชงที่ใช้วิธีกรองเหมือนกับ Dripper แต่ความต่างของการชงแบบนี้ก็คือความสามารถในการกรองที่ไม่สามารถกำจัดเอากากกาแฟออกไปได้หมด ทำให้น้ำกาแฟสดที่ได้มีเศษของผงกาแฟเล็ดลอดออกมาผสมลงไปด้วย การชงชนิดนี้ถือว่ามีความง่ายมาก แถมยังให้ความสะดวกสบาย รสชาติของกาแฟสดที่ได้หลังจากการชงจะให้ความนุ่มที่อร่อยแบบเต็มที่ พร้อมกลิ่นหอมของกาแฟ ส่วนใหญ่จะใช้กับกาแฟที่บดแบบหยาบๆ เท่านั้น เพื่อป้องไม่ให้ตัวกากกาแฟหลุดออกมาจากตัวเครื่องลงไปในแก้วมากเกินไป คนที่เคยสัมผัสกับการชงแบบนี้มาแล้วมักจะเข้าใจตรงกันว่ามันดึงเอกลักษณ์ของความเป็นกาแฟแท้ๆ ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด

coffee

Credit : ohvava.com

ความแตกต่างทางด้านรสชาติในการชงกาแฟด้วยวิธีทั้งสองชนิด

เมื่อได้ลองเปรียบเทียบรสชาติความแตกต่างของการชงทั้งสองรูปแบบ โดยเน้นไปที่ตัวแปรและการควบคุมให้อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน คือให้มีความนิ่งมากที่สุดทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน เมื่อทดลองชงให้ได้ตามที่ต้องการแล้ว เทปริมาณน้ำกาแฟออกมาในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน สังเกตตัวสีของกาแฟที่ได้ สีของการดริปจะมีความบางใสมากกว่า ส่วนแบบเฟรนส์จะให้สีที่เข้มและมีกากกาแฟเจืออยู่ด้วยบริเวณด้านล่างของถ้วย

A1.17JUN.COFFE.C.EL

Credit : livewell.in.th

เมื่อพูดถึงรสชาติหลังจากการชิม พบว่าตัวดริปจะให้ความชัดเจนของน้ำกาแฟได้ดีกว่า แยกแยะได้ว่ากลิ่นและรสกาแฟที่ได้เป็นอย่างไร ส่วนตัวเฟรนส์จะมีรสชาติที่ผสมผสานกันจนแยกได้ยาก พูดง่ายๆ คือมีความละมุนนุ่มมากกว่า ดังนั้นความอร่อยที่พอจะสรุปได้ จึงไม่ตายตัวว่าแบบไหนจะอร่อยมากกว่ากัน เพราะหากใครชอบเข้มๆ เน้นความขมเป็นพิเศษ ก็เลือกไปทางการชงแบบดริป ส่วนใครที่ชอบแบบไม่หนักมาก หากมีรสเปรี้ยวผสมอยู่ก็จะเจือจางไม่รุนแรงก็เน้นไปที่เฟรนส์ ซึ่งความแตกต่างนี้มาจากการที่ดริปชงผ่านตัวกรองให้น้ำไหลผ่าน ทว่าเฟรนส์เป็นการแช่กาแฟเอาไว้ในน้ำร้อน ทำให้รสชาติและกลิ่นทุกอย่างรวมกันอยู่ในนั้นก่อนจะถูกเทลงใส่แก้ว สัมผัสที่ได้จะมีความเป็นเนื้อทรายมากกว่าจากผลของกากกาแฟที่ถูกกกรองออกไปไม่หมด เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์สำหรับคนที่อยากลิ้มรสกากกาแฟแบบเจือจางอยู่ด้วย

ใครชอบรสชาติแบบไหนก็ลองเลือกใช้นำไปสัมผัสกันดู แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่าเมล็ดกาแฟคั่วบดก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับรสชาติความอร่อยรวมไปถึงความเชี่ยวชาญในการชงก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจที่เชื่อมโยงรสชาติทุกอย่างให้ลงตัวอย่างที่ต้องการด้วยเช่นเดียวกันค่ะ