เรื่องน่ารู้ของกาแฟสด…สู่กาแฟผงสำเร็จรูป

0
730 views

กาแฟผงสำเร็จรูป หรือที่เรียกกันว่า instant coffee เป็นกาแฟที่เราทุกคนต่างคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นที่นิยมในการดื่ม ง่ายต่อการพกพา แค่เทใส่น้ำร้อนก็สามารถดื่มได้แบบไม่ยุ่งยาก มีทั้งแบบปรุงรสมาให้เรียบร้อย กับแบบเป็นผงที่ต้องเติมครีมเติมน้ำตาลกันเอาเองตามชอบ ซึ่งเจ้ากาแฟชนิดนี้ก็ได้รับการแปรรูปมาจากกาแฟสด ที่มีให้เห็นในท้องตลาดก็จะแบ่งออกเป็นหลากหลายราคา ตามเกรดของการผลิต แต่ละชนิดก็จะให้รสชาติความหอมที่ต่างกัน มีทั้งแบบผงธรรมดากับแบบผงที่เป็นเกล็ด ความแตกต่างเหล่านี้ขึ้นอยู่กับขั้นตอนในการแปรรูป หากใครยังไม่เคยรู้ที่มาของการทำกาแฟสำเร็จรูป เราลองมาเรียนรู้ขั้นตอเหล่านั้นไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

instant-coffee Credit : todayifoundout.com

การสกัดกาแฟผงกึ่งสำเร็จรูป

สำหรับการผลิตกาแฟผงกึ่งสำเร็จรูป เอาไว้ชงกับน้ำร้อน จะเป็นการสกัดเอาองค์ประกอบของกาแฟมาทำให้เป็นของแข็งที่สามารถละลายได้ในน้ำในลักษณะของผงหรือเกล็ดขนาดเล็ก โดยมีวัตถุดิบหลักนั่นก็คือกาแฟกะลา ที่นำมาผ่านกระบวนการให้กลายเป็นกาแฟดิบ มีทั้งสายพันธุ์อาราบิก้า และโรบัสต้า บางยี่ห้อก็นำเอาทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันเพื่อให้เกิดความลงตัวในรสชาติที่แปลกออกไป โดยอัตราส่วนที่นำมาผสมก็จะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับแบรนด์กาแฟนั้นๆ ว่าต้องการให้รสและกลิ่นออกไปในทิศทางไหนเป็นพิเศษ

หลังจากผ่านกระบวนทั้งหมดเพื่อให้ได้มาซึ่งสารกาแฟจนเข้าสู่ขั้นตอนการบดในระดับความหยาบละเอียดต่างกัน ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญ นั่นก็คือการสกัดเพื่อแยกเอาส่วนที่สามารถละลายน้ำได้ของกาแฟมาทำเป็นของแข็ง โดยจะสกัดจนได้ความเข้มข้นของสารละลายที่ 15-25 เปอร์เซ็นต์ w/w ก่อน ซึ่งการสกัดแบ่งออกเป็น 3 วิธีด้วยกัน คือ

1.วิธีการสกัดแบบ Percolation Batters

เป็นขั้นตอนการสกัดที่ได้รับความนิยมกันทั่วไป กาแฟที่ผ่านการคั่วแล้วจะถูกนำบรรจุลงภาชนะผ่านความร้อนเข้า ให้ได้น้ำกาแฟที่ปล่อยออกมาสู่ภาชนะชิ้นถัดไป ซึ่งอุณหภูมิที่ใช้จะอยู่ที่ 175 องศาเซลเซียส ก่อนนำเข้าสู่การทำแห้งเพื่อให้ได้ของแข็งต่อไป

2.วิธีสกัดแบบ Countercurrent System

เป็นการสกัดให้ได้กาแฟที่มีระบบไหลสวนทาง เริ่มต้นด้วยการนำกาแฟที่บดแล้วเข้าสู่ภาชนะความคุมอุณภูมิที่เป็นรูปทรงกลม จากนั้นจะถูกนำขึ้นสู่ด้านบนด้วยสกรูที่มีเกลียวหมุนประมาณ 10-22 รอบ/ชั่วโมง ส่วนน้ำร้อนที่ใช้จะไหลลงมาจากด้านบน น้ำกาแฟที่ได้จะถูกปล่อยให้ไหลลงด้านล่าง โดยใช้อุณหภูมิปริมาณ 180 องศาเซลเซียส

3.วิธีสกัดแบบ Slurry Extraction

เป็นวิธีที่สารกาแฟและน้ำร้อนถูกผสมกวนเข้าด้วยกันภายในแทงค์ จากนั้นจะถูกเหวี่ยงเพื่อแยกเอาน้ำกาแฟออก เป็นวิธีที่ทำให้ได้น้ำกาแฟที่มีคุณภาพสูง แต่เครื่องจักรที่ใช้ก็มีราคาสูงตามไปด้วย ส่วนมากนิยมใช้สำหรับการทำกาแฟที่ต้องการให้ได้รสชาติสมบูรณ์แบบมากที่สุด

instant-coffee-contra-2015
Credit : drinkhealthydrinks.com

การทำแห้งหลังการสกัดน้ำกาแฟ

หลังจากได้น้ำกาแฟที่มีความเข้มข้นตามต้องการแล้ว จะถูกนำเข้าสู่ขั้นตอนการทำแห้ง (Drying) โดยจะนำเอาน้ำกาแฟเติมเข้าไปในเครื่องทำแห้งที่มีให้เลือกตั้งแต่แบบพ่นฝอย แบบลูกกลิ้ง และแบบแช่เยือกแข็ง แต่ละชนิดก็จะให้ผงกาแฟที่แตกต่างกันตามที่เราสังเกตได้จากในท้องตลอด โดยทั่วไปจะนิยมใช้แบบการทำแห้งแบบพ่นฝอย จะให้กาแฟที่เป็นผงขนาดเล็กและใช้สำหรับการทำกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ส่วนอาราบิก้าจะนิยมทำแห้งแบบแช่แข็ง ซึ่งจะรักษากลิ่นความสดของเมล็ดกาแฟดั้งเดิมเอาไว้ได้ดีกว่า

เมื่อได้สารละลายกาแฟที่เป็นของแข็งแล้ว จะถูกนำไปบรรจุเข้าในภาชนะส่งจำหน่าย อาจมีการเติมส่วนผสมอื่นๆ ลงไปสำหรับกาแฟกึ่งสำเร็จรูปพร้อมชงเป็นซองแยกเอาไว้เรียบร้อย และอีกประเภทคือแบบที่เป็นผงกาแฟเพรียวๆ ไม่ได้ผสมสารใดเพิ่มเติม มีให้เลือกหลายราคาตามความแตกต่างของรสชาติและกลิ่น ยิ่งผงกาแฟที่มีราคาแพง ก็จะยิ่งให้รสชาติที่อร่อยนุ่มเหมือนกาแฟสด แต่ก็มาจากกระบวนการที่ซับซ้อนมากกว่าด้วยนั่นเองค่ะ