อุปกรณ์สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับการชงกาแฟให้ได้แบบ”บาริสต้า”

0
576 views

การชงกาแฟสดอาจจะดูเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับเรา เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์มากมายเพื่อช่วยในการชั่ง ตวงและวัด สัดส่วนของกาแฟในการชงให้ได้รสชาติที่คงที่อย่างสม่ำเสมอ แต่สำหรับเหล่า “บาริสต้า” การชงกาแฟก็คือศิลปะอย่างหนึ่ง เหมือนการผสมสีเพื่อให้ได้โทนสีที่ต้องการมาใช้ในการวาดภาพของช่างศิลป์

5 Credit : japan-design.imazy.net

สำหรับใครที่กำลังสนใจการชงกาแฟสดด้วยตัวเอง การเรียนรู้ที่ดีคือการหัดสังเกต ชิมรสชาติ และสั่งสมประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมมาทำความรู้จักกับ “อุปกรณ์ที่มีความจำเป็น” สำหรับการชงกาแฟ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป ก็อาจจะทำให้เครื่องดื่มยอดนิยมชนิดนี้ขาดหายความเป็นจิตวิญญาณของมันไปก็เป็นได้ค่ะ

แก้วซอต (Shot Glass)

แก้วที่ใช้สำหรับการรองรับน้ำกาแฟจากเครื่องชง ส่วนใหญ่ใช้สำหรับการชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ่ ซึ่งจะให้ปริมาณแบบ 1 ชอตได้พอดิบพอดี สำหรับใครที่ต้องการเลือกซื้อ แนะนำว่าให้เป็นแก้วแบบใส ซึ่งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการชงกาแฟรสชาติอื่นๆ ได้อีกด้วย

w-sidekick-shot-glass-set92311 (Custom)

Credit : homewetbar.com

ช้อนตักฟองนม (Spoon)

อาจจะเลือกใช้เป็นช้อนทั่วไปได้ แต่สำหรับช้อนชนิดนี้จะมีขนาดยาว และมีปลายช้อนที่เล็ก เหมาะสำหรับการตักฟองนมที่ผ่านการตีให้ไหลลงถ้วยได้ง่ายต่อการควบคุม เป็นช้อนที่เอาไว้ใช้สำหรับการชงกาแฟชนิดลาเต้ ที่จะช่วยสร้างสรรค์ศิลปะบนน้ำกาแฟให้ดูสมบูรณ์แบบมากขึ้น

ภาชนะสำหรับเคาะกากกาแฟ (Knockbox)

อุปกรณ์สำหรับทิ้งกากกาแฟ ช่วยให้ง่ายต่อการชง หลังจากที่จะต้องทิ้งกากกาแฟใช้แล้วจาก Portafilter การเคาะจะช่วยให้กากกาแฟหลุดออกมาได้ง่ายและหมดจด ดังนั้นภาชนะที่ใส่ควรเป็นชนิดสแตนเลส เพื่อความคงทนในการใช้งาน ซึ่งต้องการเน้นความแข็งแรงเป็นพิเศษ

Marri-Timber-Coffee-Knock-Box (Custom)

Credit : jarrimber.com.au

นาฬิกาจับเวลา (Shot Time)

เหมาะสำหรับการชงเอสเปรสโซ่ให้ได้รสชาติที่ลงตัวและคงที่มากที่สุด นาฬิกาจับเวลาจะช่วยให้เรามั่นใจได้ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในทุกๆ ชอตที่ลงมือชง โดยจะมีการกำหนดเวลาสำหรับผงกาแฟ 7 กรัม ให้ไอน้ำดันที่มาจากน้ำร้อนดันตัวผ่านกาแฟบดที่ถูกอัดจนหยดออกมากลายเป็นกาแฟชอตรสเข้มข้น ซึ่งมาตรฐานส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 18-24 วินาทีต่อการชงใน 1 ชอต

เทอร์โมมิเตอร์ (Thermometer)

อุปกรณ์สำคัญสำหรับการชงกาแฟที่จะช่วยตรวจวัดอุณหภูมิเพื่อให้เครื่องดื่มในทุกๆ แก้วมีรสชาติที่ลงตัวและเหมาะสมเหมือนๆ กัน โดยทั่วไปเทอร์โมมิเตอร์ที่ได้มาตรฐานควรมีส่วนเอาไว้สำหรับหนีบ ซึ่งมักนิยมใช้ในการวัดอุณหภูมิของฟองนม ตัวหนีบจะหนีบบริเวณเหยือกของฟองนมเอาไว้ ส่วนของหน้าปัดต้องมีขนาดใหญ่ให้สามารถมองเห็นได้ชัดเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อน มีหน่วยเป็นองศาฟาเรนไฮต์ที่สามารถวัดได้สูงสุดที่ 220 องศาฟาเรนไฮต์

thermometer-steaming

Credit : coffeearts.com

อุปกรณ์กดผงกาแฟ (Hand Tamper)

เป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะใช้กดผงกาแฟคั่วบดลงไปใน Portafilter ซึ่งมักจะนิยมใช้ในการชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ่ รสชาติที่ได้และความเข้มขมที่จะถูกกลั่นออกมาจากแรงดันน้ำจะขึ้นอยู่กับความแน่นในการกดผงกาแฟบวกรวมกับความละเอียดของเนื้อตัวกากกาแฟ ยิ่งกดด้วยน้ำหนักมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้หยดของน้ำกาแฟที่ออกมาเข้มเต็มรสได้มากเท่านั้น

ฟิลเตอร์กรองกากกาแฟ (Filter)

เป็นส่วนสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ควรใส่ใจ เพื่อป้องกันไม่ให้รสชาติของกาแฟโดยเฉพาะกลิ่นผิดเพี้ยนไปจากปกติ กระดาษกรองหรือฟิลเตอร์ ใช้สำหรับกรองไม่ให้กากกาแฟร่วงหล่นลงไปในถ้วยด้วย ส่วนการเลือกควรให้เป็นกระดาษที่มีระดับความเหนียวที่ดี ไม่ขาดง่าย และมีสีขาวธรรมชาติไม่ผ่านการฟอกสีใดๆ เพราะสารเคมีในกระดาษอาจจะทำให้กลิ่นของมันติดลงไปผสมกับกลิ่นกาแฟเอาได้ ทั้งนี้ไม่ควรใช้กระดาษกรองที่หนาเกินไป เพราะจะทำให้น้ำมันที่มาจากเมล็ดกาแฟถูกกกรองทิ้งออกไปจนเสียรสชาติไปอย่างน่าเสียดายอีกด้วย

6

Credit : academy.betahaus.com

นอกจากอุปกรณ์ข้างต้นที่กล่าวมานี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมายที่จะช่วยให้เหล่าบาริสต้าหรือผู้ที่สนใจการทำกาแฟนำมาเลือกใช้เพื่อความสะดวกสบาย และให้กาแฟที่ได้สมบูรณ์แบบมากขึ้นอย่างที่ต้องการได้

แต่อย่าลืมว่าในทุกอุปกรณ์ที่ใช้ หากต้องการให้ได้รสชาติของกาแฟที่สุดยอดแล้วล่ะก็ ควรเลือกซื้อชิ้นที่มีคุณภาพได้มาตรฐานจะดีกว่าการซื้ออุปกรณ์ราคาถูกๆ แล้วจะต้องมาผิดหวังในภายหลังเอาได้ค่ะ